ดูแลตัวเองอย่างไร ไม่ให้ถูกทำร้ายจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ

เพื่อนหลายๆคนในนี้คงใช้คอมพิวเตอร์กันเป็นชีวิตจิตใจเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว การนั่งทำงานหน้าคอมเป็นเวลานานๆหลายๆ ชั่วโมงนั้น ย่อมมีผลเสียอย่างแน่นอน  แต่ในเมื่อมันกลายมาเป็นส่วนหนึ่งแล้ว จะไม่ให้ใช้คอมพิวเตอร์ก็คงเป็นไปไม่ได้ วันนี้ดิฉันจึงอยากจะมานำเสนอข้ออันตรายจากการใช้คอมพิวเตอร์และวิธีป้องกันไปพร้อมๆกัน เริ่มกันเลยนะคะ

อย่างแรกคือเรื่องขอรังสียูวี

จอคอมพิวเตอร์มี รังสียูวี ออกมาเช่นกัน แต่โดยทั่วไปแล้วผู้ผลิตก็จะควบคุมการผลิตให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย แต่หากเราใช้คอมพิวเตอร์อย่างผิดวิธี แสงจากหน้าจอมากเกินไปหรือใช้คอมพิวเตอร์ในที่ๆมีแสงน้อยอาจส่งผลทำให้ตาแห้งและกะพริบตาน้อยลง เกิดการแสบตา การมองเห็นเริ่มผิดปกติ เห็นภาพซ้อน มองไม่ชัด ปวดเบ้าตา กล้ามเนื้อตาอ่อนล้า เป็นอาการเริ่มต้นของโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมและเป็นการกระตุ้นให้จอประสาทตาเสื่อมเร็วขึ้นด้วย และส่วนสาวๆอ็อฟฟิต ที่รักสวยรักงาม และพบว่าหน้ายังหมองคล้ำอยู่ จริงอาจเป็นเพราะการได้รับรังสีดังกล่าวเป็นเวลานานทั้งจากคอมพิวเตอร์และหลอดไฟก็เป็น   ส่วนข้อพึงปฏิบัติง่ายๆก็คือ ให้ปรับแสงหน้าจอให้พอเหมาะ นั่งให้ตาอยู่ห่างจากคอมซัก 45เซนติเมตร ถึง 60 เซนติเมตรและพักสายตาเป็นระยะค่ะ ส่วนเรื่องผิวหมองคล้ำ ก็คงต้องพึ่งครีมหน้าขาวหรือไวเทนนิ่งครีม กับครีมกันแดดค่ะ หรือแม้แต่การใช้แผ่นกรองรังสี เพราะยูวีมีอยู่ทุกที่จริงๆ

 

สองคือเรื่องของอาการปวดหัวค่ะ

จริงแล้วอาจเป็นผลพลวงมาจากเรื่องของการใช้สายตาเป็นเวลานานจากข้อแรก แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด เพราะอาการปวดหัวนั้นอาจมีสาเหตุมาจากเรื่องของความเครียด และการอดนอน ดังนั้นผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ควรแบ่งเวลาให้ดีจะได้นนอนอย่างเพียงพอ รวมถึงรับประทานอาหารให้ตรงเวลา และแบ่งเวลาสำหรับการพักผ่อนด้วยกิจกรรมอย่างอื่นที่ไม่ไช่การนั่งอยู่หน้าจอคอมตลอดทั้งวัน

ต่อมาคืออาการนอนไม่หลับ

ปัญหาการนอนไม่หลับที่มีสาเหตุมาจากคอมพิวเตอร์นั้น หลายคนอาจเป็นได้โดยไม่รู้ตัว มีรายงานการวิจัยเกี่ยวกับแสงสว่างจากหน้าจอของคอมพิวเตอร์รวมถึงสมาร์ทโฟนมีผลกระทบต่ออาการนอนไม่หลับนักวิจัยกล่าวว่าแสงจากหนาจอส่งผลให้เมลาโทนินลดลง ซึ่งฮอโมนดังกล่าวเป็นฮอโมนที่ควมคุมการหลับตื่นของมนุษย์  ในข้อนี้ควบคุมได้โดยลิมิตการใช้งานคอมพิวเตอร์ของคุณในแต่ละวันในช่วงเวลากลางคืน หากเสร็จจากงานไม่มีอะไรทำลองอ่านหนังสือหรือหาอะไรทำดู เพื่อเป็นการปลีกตัวเองออกจากคอมพิวเตอร์และเป็นการพักผ่อนไปในตัว

นอกจากนั้นยังทำให้เกิดเกิดอาการ Repetitive Strain Injury หรือ RSI

อาการดังกล่าวสามารถเป็นได้กับทุกส่วนของร่างกายจากการนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์แบบไม่ถูกสุขลักษณะ ตั้งแต่แขน, ข้อมือ, ข้อนิ้ว, แผ่นหลัง, ต้นคอ, หัวไหล่ และสายตา

เนื่องจากอวัยวะส่วนที่มีปัญหาถูกวางค้าง ถูกทิ้งน้ำหนัก หรือกดทับนาน ๆ จนอักเสบ หากปล่อยไว้นาน ๆ อาจต้องผ่าตัดเอ็น ปัจจุบันมีบริษัทที่ได้พยายามผลิตเครื่องป้องกันอันตราย

และสุดท้ายที่อยากจะเน้นคือเรื่องของแม่เหล็กไฟฟ้า

ที่ถูกปล่อยออกมา ถ้าเป็นไปได้ควรใช้แผ่นกรองรังสี หากคุณหน้าคล้ำเพราะยูวีครีมหน้าขาวอาจช่วยได้  แต่ผลของสุขภาพในระยะยาว กว่าจะรู้ตัวร่างกายก็ถูกบั่นทอนไปเรื่อยๆ

ในปัจจุบันเราสามารถเลือกหน้าจอที่ไม่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา ซึ่งอาจมีราคาที่สูง แต่หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์ได้ นี่อาจเป็นทางเลือกที่ดี ที่ควรพิจารณาค่ะ

ที่สำคัญหากคุณไม่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่ในห้องนอน ควรปิดทุกครั้ง เพื่อไม่ให้มีการปล่อยคลื่นไปรบกวนและเป็นการบั่นทอนสุขภาพของคุณเอง

ดูบอลสดได้ง่ายๆ ด้วยการติดตั้งโคดี้บนฮาร์ดแวร์ราสเบอร์รี่พาย

ชมการแข่งขันฟุตบอลถ่ายทอดให้สนุกถึงใจ ด้วยการลงโปรแกรมโคดี้บนราสเบอร์รี่พายกับ สเต็ปง่ายๆ

เซ็ทอัพโคดี้บนราสเบอร์รี่พาย

สำหรับคอบอลที่มีความรู้พื้นฐานหรือหัวคิดทางด้านไอที วันนี้เรามาชวนทำเรื่องสนุกกัน นั่นก็คือ “การติดตั้งโปรแกรมโคดี้บนราสเบอร์รี่พาย” สำหรับใช้ชมการถ่ายทอดสดกีฬา ทั้งเชียร์และ แทงบอลออนไลน์ ได้แบบไม่มีสะดุด การติดตั้งมีสเต็ปขั้นตอนง่ายๆ ตามนี้

ก่อนอื่นเรามาพูดคุยถึงเรื่องเวอร์ชั่นของฮาร์ดแวร์กันก่อน “ราสเบอร์รี่พาย” ฟังดูชื่อแล้วเหมือนจะเป็นขนมหวานรสชาติดี แต่อันที่จริงแล้วเจ้าสิ่งนี้เป็นฮาร์ดแวร์ขนาดเล็ก ที่ทำหน้าที่เหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์สมองกล RPi (Rasberry Pi) ได้รับการวางจำหน่ายในตลาดโลกครั้งแรกเมื่อกุมภาพันธ์ ปี 2012 ที่ผ่านมา โดยนักออกแบบชาวอังกฤษที่ชื่อว่า Eben Upton ได้แรงบันดาลใจในการพัฒนา RPi เมื่อตอนที่เขาทำงานในห้องปฏิบัติการ แต่ต้องการใช้สมองกลที่มีขนาดเล็ก ทรงพลังและราคาถูก จึงได้ผลิตราสเบอร์รี่พายขึ้น โดยรวมระยะเวลาทั้งหมดในการพัฒนาฮาร์ดแวร์ชิ้นนี้ กินเวลา 6 ปีด้วยกัน ซึ่งผลตอบรับก็คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่ราสเบอร์รี่พายเปิดตัวสู่ตลาด ก็มียอดจำหน่ายถล่มทลายจนของขาดตลาด

ในส่วนของการติดตั้งโคดี้บนราสเบอร์รี่พาย 3 ให้สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต สำหรับใช้รับชมการถ่ายทอดสดกีฬาเป็นเรื่องง่ายมากๆ หากใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง ทั้งราสเบอร์รี่พายเวอร์ชั่น 2 และ 3 ก็สามารถทำตามสเต็ปนี้และใช้งานได้ไม่ต่างกัน

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. ราสเบอร์รี่พาย
  2. เคเบิ้ล เอชดีเอ็มไอ
  3. พาวเวอร์ซัพพลาย
  4. คอนโทรลเลอร์ เช่น เม้าส์ หรือคีย์บอร์ด
  5. ไมโคร เอสดี การ์ด

ขั้นตอนการติดตั้งโคดี้บนฮาร์ดแวร์ราสเบอร์รี่พาย

  1. ดาวน์โหลดไฟล์ภาพ OpenELEC หรือ OSMC เลือกที่ราสเบอร์รี่พาย 2 หรือ 3 หลังจากนั้นทำการแตกไฟล์ซิป
  2. ทำการเขียนไฟล์ภาพด้วยโปรแกรมที่คุณมีอยู่ หรือสามารถเลือกใช้โปรแกรม Win32 Disk Manager ได้ โดยขั้นตอนนี้จะเริ่มจากการใส่เอสดีการ์ด แล้วทำการเปิดโปรแกรมเขียนไฟล์ภาพ คลิกเลือกไฟล์ซิปที่ทำการแตกไฟล์ให้ถูกต้อง รวมทั้งตรวจสอบตำแหน่งไดรฟ์ให้ถูกต้องเช่นกัน จากนั้นก็เริ่มเขียนไฟล์ภาพได้ทันที
  3. เมื่อเสร็จสิ้นการเขียนไฟล์ภาพแล้ว ก็นำเอสดีการ์ดมาต่อเข้ากับอุปกรณ์ราสเบอร์รี่พาย จากนั้นเชื่อมต่อเข้ากับจอโทรทัศน์ และบังคับการทำงานด้วยคีย์บอร์ดหรือเม้าส์ ซึ่งในช่วงแรกของการใช้งาน จะต้องมีการเซ็ทอัพการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเสียก่อน จึงจะใช้งานได้

เพียงแค่ขั้นตอนง่ายๆ เหล่านี้ คุณก็สามารถชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬา และร่วมลุ้นไปกับการแทงบอลออนไลน์ได้อย่างสนุกถึงใจ แต่อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของเวอร์ชั่นราสเบอร์รี่พาย อาจส่งผลกับภาพและการเชื่อมต่อของสัญญาณการถ่ายทอดสดอยู่บ้าง เพราะในระหว่างการถ่ายทอดสดผ่านการใช้งานราสเบอร์รี่พาย 2 ภาพที่ออกมาอาจมีกระตุกบ้างในบางครั้ง จึงขอแนะนำให้คุณเลือกใช้ราสเบอร์รี่พายเวอร์ชั่นที่ได้รับการพัฒนามากขึ้น อย่างราสเบอร์รี่พาย 3 ดู น่าจะเข้าท่ามากกว่า เพราะเราเข้าใจดีว่าการเชียร์กีฬาให้สนุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกีฬาฟุตบอล จะต้องมีภาพและมุมที่คมชัดทุกเสี้ยววินาที เพื่อคุณจะได้ไม่พลาดช็อตเด็ดในสนามแข่ง

มาลองใช้เทคนิควิธีการนี้กันดู เพื่อให้ได้ภาพที่มีคุณภาพ สดๆจากสนามแข่ง ทำให้การเชียร์เกมฟุตบอลในครั้งนี้ของคุณได้ลุ้นมากยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มความมันด้วยการเดิมพันออนไลน์ วางเงินแล้วรอรับรางวัลและโบนัสอีกมากมาย

IoT Technology

สวัสดีครับเพื่อนๆ. ห่างหายไปนานสำหรับการเข้ามาอัพเดทเว็บบล็อกซึ่งอาจกจะเรียกได้ว่า ข้ามปีกันเลยทีเดียว ไม่สมกับที่ตั้งใจจะลงให้ได้เดือนละเรื่อง. แต่เอาจริงๆแล้วก็ไม่มีเวลาจะเขียนบล็อกเลย เนื่องจากงานยุ่งกับทำตัวไม่ว่าง เที่ยวดูบอลตามประสาพนักงานประจำนั่นล่ะครับเลยทำให้ไม่ว่างฮาๆๆๆ… เอาละครับวันนี้พอจะว่างก็เลยว่าจะเขียนสักเรื่องหลังจากทำความเข้าใจกับมันอยู่พักใหญ่. ^_^

ปัจจุบันเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงสำหรับนักพัฒนาด้าน Embedded (ไม่ได้แค่เฉพาะ Embedded อย่างเดียวครับ) เป็นเทคโนโลยีที่กล่าวกันมากคงจะหนีไม่พ้น IoT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ในยุคนี้เลยก็ว่าได้ แรงขนาดที่ว่า Microsoft เอง ก็ยังพอร์ต Windows 10 มาวิ่งเล่นบน Raspberry Pi แถมยังใจดีติด IoT มาให้ด้วย ซึ่งผมยังไม่ได้ตามลงไปดูว่าใช้ Broker ตัวไหน และมี Library ให้ใช้งานมาด้วยหรือไม่? หรือไม่ผมก็เข้าใจผิดเกี่ยวกับมันครับถ้าผิดพลาดก็ขออภัยมานะที่นี้ด้วยครับ.

IoT มันคืออะไร พอค้นดูมีหลายลิงค์อธิบายไว้มากมาย เช่น Internet of Things เมื่อคอมพิวเตอร์เริ่มคุยกันเองได้ , โลกแห่ง IoT มาถึงแล้ว IoT เทคโนโลยีที่ธุรกิจต้องรู้. ลองนึกภาพดูครับว่าถ้าหากอุปกรณ์สามารถสั่งงานไปมาหากันได้ผ่าน www ไม่ว่าจะเป็น PC, Smart Phone หรือแม้แต่อุปกรณ์ขนาดเล็กพวก Micro-Controller, PLC, HUB, Switch หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันสามารถต่อระบบ Network ไม่ว่ามันจะอยู่ที่บ้าน ที่โรงงาน ไร่ นา ฟาร์มโรงเรือน โรงงานอุตสาหกรรมหรือที่อื่นๆที่มีระบบเน็ตเวอร์ที่เข้าถึง www ได้เราจะสามารถควบคุมมันได้ทั้งหมดที่ไหนก็ได้ในโลกใบนี้

Continue reading

REST Console เครื่องมือสำหรับทดสอบ HTTP Server

หากนักพัฒนากำลังมองหาเครื่องมือเพื่อใช้ในการทดสอบ HTTP Server หรือ Web service ใดๆ และต้องการทดสอบการทำงานของ Server ซึ่งไม่ต้องเสียเวลาสำหรับการพัฒนาเครื่องมือทดสอบ (เอาแบบไว้ๆ เสียเวลาไปทำอย่างอื่นหา Tools ง่ายกว่า)

ผมค้นพบ Tool ตัวหนึ่งที่เป็น Plugin สำหรับ Chrome และก็ใช้งานง่ายมากครับ คือ REST Console ซึ่งติดตั้ง การเปิดก็เพียงเปิด Browser Chrome ขึ้นมาและให้มองหาสัญลักณ์ App เมื่อคลิกก็จะพบกับไอคอนของ REST Console

REST Console

REST Console

ทดสอบการเมื่อเปิดโปรแกรมทดสอบนี้ก็ป้อน url ของ Server ปลายทาง ป้อน method ที่ต้องการทดสอบ จากนั้นที่ RAW Body คลิกเพื่อในส่วนนี้คือ Content ที่ต้องการส่งไปให้กับ Server ครับ ในตัวอย่างนี้ส่งข้อความ Hello world และ POST ไปที่ 172.21.0.114 port 8081 เมื่อป้อนข้อมูลเรียบร้อยแล้วก็ Send ข้อความที่ส่งไปทางด้าน Server จะ Handle request ตามที่ทางด้าน Server ได้ทำการ Implement ไว้ ผมไม่ได้ลงไว้ในส่วน Server ไว้

REST Console

REST Console

Tool ง่ายๆสำหรับทดสอบการทำงานของ Server มี Tool ดีๆชีวิตโปรแกรมเมอร์ก็ง่ายขึ้น..